Knight Club Capital Holding
เหตุการณ์และพัฒนาการที่สำคัญของบริษัท
เส้นทางการเติบโตของบริษัท ตั้งแต่ก่อตั้งจนเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์และพัฒนาการด้านการกำกับดูแลกิจการ
จดทะเบียนก่อตั้งบริษัท ทุนเริ่มต้น 0.01 ล้านบาท
จดทะเบียนก่อตั้งบริษัทในชื่อ บริษัท ไนท คลับ แคปปิตอล โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) ทุนจดทะเบียนเริ่มต้น 0.01 ล้านบาท มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท แบ่งออกเป็น 20,000 หุ้น โดยมีกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานของบริษัทบริหารสินทรัพย์ฯ เป็นผู้ถือหุ้นเริ่มแรก เพื่อรองรับการปรับโครงสร้างการถือหุ้นและโครงสร้างการจัดการของ KCCAMC เนื่องจาก KCCAMC ซึ่งดำเนินธุรกิจภายใต้ พ.ร.ก. บริษัทบริหารสินทรัพย์ฯ มีข้อจำกัดต้องเข้าซื้อสินทรัพย์ด้อยคุณภาพจากสถาบันการเงินและผู้ประกอบธุรกิจทางการเงินภายใต้ พ.ร.ก. บริษัทบริหารสินทรัพย์เท่านั้น
เพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 310.01 ล้านบาท
ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นของบริษัท ครั้งที่ 1/2566 ได้มีมติอนุมัติการเพิ่มทุนจดทะเบียนของบริษัท จากเดิมจำนวน 0.01 ล้านบาท เป็นทุนจดทะเบียนใหม่จำนวน 310.01 ล้านบาท โดยการออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 620 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท ซึ่งเป็นจำนวนที่เท่ากับทุนจดทะเบียนชำระแล้วของ KCCAMC เพื่อการทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ของ KCCAMC จากผู้ถือหุ้นของ KCCAMC ทุกราย
อนุมัติแผนปรับโครงสร้างการถือหุ้นของ KCCAMC
ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นของ KCCAMC ครั้งที่ 1/2566 ได้มีมติอนุมัติแผนการปรับโครงสร้างการถือหุ้นและโครงสร้างการจัดการของ KCCAMC เพื่อรองรับแผนดังกล่าว บริษัทจะเป็นผู้ทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ทั้งหมดของ KCCAMC โดยการออกและเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุน เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนกับหุ้นสามัญของ KCCAMC ในอัตรา 1 หุ้นสามัญของ KCCAMC ต่อ 1 หุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัท
ทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ KCCAMC
บริษัทได้เสนอซื้อหลักทรัพย์จากผู้ถือหลักทรัพย์ของ บริษัท บริหารสินทรัพย์ ไนท คลับ แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ KCCAMC โดยหุ้นสามัญของบริษัทมีลักษณะสอดคล้องกับหุ้นสามัญของ KCCAMC และสิทธิผู้ถือหุ้นของบริษัทไม่ด้อยกว่าสิทธิของผู้ถือหุ้นสามัญของ KCCAMC ที่เคยได้รับ ภายหลังการทำคำเสนอซื้อแล้วเสร็จ บริษัทมีฐานะเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของ KCCAMC และผู้ถือหุ้นเดิมของ KCCAMC มีฐานะเป็นผู้ถือหุ้นของบริษัท
เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai ภายใต้ชื่อย่อ “KCC”
บริษัทเข้าจดทะเบียนเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนใน ตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ภายใต้ชื่อย่อ “KCC” แทนหุ้นสามัญของ KCCAMC ซึ่งถูกเพิกถอนออกจากการเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai ในเวลาเดียวกัน และมี KCCAMC เป็นบริษัทย่อยที่ประกอบธุรกิจหลัก คือ ซื้อหรือรับโอนสินทรัพย์ด้อยคุณภาพจากสถาบันการเงินและผู้ประกอบธุรกิจทางการเงิน ด้วยทุนจดทะเบียน 310,010,000 บาท ทุนชำระแล้ว 309,177,158.5 บาท แบ่งเป็นหุ้นสามัญ 618,354,317 หุ้น ราคาหุ้นละ 0.50 บาท
ลดทุนจดทะเบียนเป็น 310.00 ล้านบาท
บริษัทได้ลดทุนจดทะเบียนจำนวน 10,000 บาท จากเดิม 310.01 ล้านบาท เป็นทุนจดทะเบียนใหม่ 310.00 ล้านบาท โดยลดจำนวนหุ้นสามัญ 20,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท ทุนชำระแล้ว 309,177,158.5 บาท แบ่งเป็นหุ้นสามัญ 618,334,317 หุ้น ซึ่งหุ้นในส่วนนี้ถือโดยผู้ถือหุ้น 15 รายแรกของบริษัท เป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินการตามแผนการปรับโครงสร้างการถือหุ้นและการจัดการ
จัดตั้งบริษัทย่อย “KCCAR”
ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 3/2567 ได้มีมติอนุมัติให้จัดตั้ง บริษัท เคซีซี แอสเซท รีคัฟเวอรี่ จำกัด หรือ “KCCAR” ซึ่ง KCCAR จดทะเบียนก่อตั้งเมื่อวันที่ 16 กันยายน 2567 โดยบริษัทถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 100.00 ด้วยทุนจดทะเบียนเริ่มต้น 0.10 ล้านบาท แบ่งเป็นหุ้นสามัญ 20,000 หุ้น เพื่อขยายขอบเขตการซื้อสินทรัพย์ด้อยคุณภาพที่ไม่สามารถดำเนินการได้โดย KCCAMC ซึ่งอยู่ภายใต้ พ.ร.ก. บริษัทบริหารสินทรัพย์
อนุมัติและออกหุ้นกู้ วงเงินรวมไม่เกิน 2,000 ล้านบาท
ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2568 มีมติอนุมัติให้ออกหุ้นกู้ในวงเงินไม่เกิน 2,000 ล้านบาท โดยออกและเสนอขายหุ้นกู้ครั้งที่ 1/2568 เมื่อ 11 เมษายน 2568 จำนวน 313,000 หน่วย มูลค่าหน่วยละ 1,000 บาท คิดเป็น 313.00 ล้านบาท และครั้งที่ 2/2568 เมื่อ 17 ตุลาคม 2568 จำนวน 400,000 หน่วย คิดเป็น 400.00 ล้านบาท เพื่อให้กู้ยืมแก่บริษัทย่อยสำหรับซื้อสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ และ/หรือใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนระยะยาวภายในกลุ่มบริษัท
ประกาศเจตนารมณ์เข้าร่วมเป็นสมาชิก CAC
บริษัทได้ประกาศเจตนารมณ์เข้าร่วมเป็นสมาชิก CAC (แนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านการทุจริต)
AGM Checklist 100 คะแนนเต็ม “ระดับดีเยี่ยม”
บริษัทได้คะแนนการประเมินคุณภาพการจัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้น (AGM Checklist) ประจำปี 2568 100 คะแนนเต็ม หรือ “ระดับดีเยี่ยม” จากสมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย
CG Scoring ระดับ 5 ดาว “เกณฑ์ดีเลิศ”
บริษัทได้รับการประเมินจากโครงการสำรวจการกำกับดูแลกิจการบริษัทจดทะเบียน ประจำปี 2568 ระดับ 5 ดาว หรือ “เกณฑ์ดีเลิศ” (Excellent CG Scoring) จากสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD)
เหตุการณ์และพัฒนาการที่สำคัญของบริษัท
ปี 2566 |
|
ปี 2567 |
|
ปี 2568 |
|